Breaking News
Home / ข่าวเด่น / News & Highlight ชลบุรี /

เจ้าสัวซีพี กดไลค์รัฐบาลลุงตู่-เชื่อมั่นเกษตรกรรมไทยสว่างไสว

เจ้าสัวซีพี กดไลค์รัฐบาลลุงตู่-เชื่อมั่นเกษตรกรรมไทยสว่างไสว

ปล่อยวันเวลาล่วงผ่านศักราชใหม่ 2561 เพียงแค่ 3 วัน พอย่างเข้าวันที่ 4 เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ก็นำทัพหลวงประกอบด้วย 2 ทายาทสายโลหิต ที่ถูกวางตัวให้สืบทอดมรดกธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้านบาท คือ สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ ซีพี และ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพี บุกเข้าหมู่บ้านเกษตรสันติราษฏร์ ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เพื่อฉลองความสำเร็จในการพัฒนาต้นแบบการเพิ่มพูนรายได้แก่ครอบครัวตำรวจผู้มีรายได้น้อย ซึ่งซีพี ได้ทุ่มเทกำลังปัญญา กำลังทุนทรัพย์ และกำลังความมุ่งมั่นพากเพียร ร่วมกับครอบครัวตำรวจผู้มีรายได้น้อย ประคบประหงมฟูมฟักเป็นเวลาต่อเนื่องกันนานนับ 10 ปี


โครงการเกษตรสันติราษฏร์..ดอกผลจากความร่วมแรงร่วมใจ

ย้อนเวลาถอยหลังกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน  พื้นที่ 230 ไร่ อันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเกษตรสันติราษฏร์ ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรีทุกวันนี้ คือผืนแผ่นดินที่แห้งแล้ง ทำกินไม่ได้ และ ซีพี ได้ใช้องค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมที่มีอยู่ ประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทำโครงการเกษตรสันติราษฏร์ขึ้นมา โดยมีเจตนารมณ์ต้องการพลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้ง ด้อยค่า ให้มีชีวิตชีวา เป็นแหล่งทำกิน สร้างความอยู่ดีกินดีแก่ครอบครัวตำรวจผู้มีรายได้น้อย ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข

10 ปีผ่านไป ผืนแผ่นดินที่เคยแห้งแล้ง ถูกแปรเปลี่ยนเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ และครอบครัวเจียรวนนท์ นำโดยธนินท์ เจียรวนนท์ ซึ่งเป็นจอมทัพของซีพี ไม่ประสงค์ที่จะครอบครองที่ดินผืนนี้ไว้อีกต่อไป แต่ยินดีมอบเป็นของขวัญปีใหม่แก่ครอบครัวตำรวจผู้มีรายได้น้อยเอาไว้เป็นหลักประกันความมั่นคงของชีวิตสืบทอดต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน

โอกาสนี้ ธนินท์ เจียรวนนท์ เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายผู้ส่งมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สวมบทบาทหัวหน้าคณะฝ่ายผู้รับมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้ร่วมกันประกอบพิธีมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แก่ครอบครัวตำรวจผู้มีรายได้น้อยจำนวน 31 ครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นอิ่มสุขอิ่มบุญถ้วนหน้าทั้งฝ่ายผู้ให้และฝ่ายผู้รับ

เสร็จสรรพเรียบร้อยจากการบำเพ็ญกุศลส่งมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านแก่ครอบครัวตำรวจแล้ว เจ้าสัวธนินท์ ก็เปิดเวทีบรรยายพิเศษถ่ายทอดเรื่องราวทิศทางการพัฒนาสินค้าเกษตรไทย ในยุค 4.0 เป็นวิทยาทาน


อนาคตเกษตรกรรมไทย..เลอค่า-สดใส !!

เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ จอมทัพแห่งอาณาจักรซีพี เปิดอารัมภกถาเป็นประเดิมการบรรยายพิเศษด้วยวรรคทอง….

                    “สินค้าเกษตรมีค่ายิ่งกว่าน้ำมันเสียอีก เพราะสินค้าเกษตร

                   ชีวิตมนุษย์  ส่วนน้ำมันนั้น เลี้ยงชีวิตเครื่องจักร สินค้าเกษตร

                    จึงควรได้รับการปกป้องในฐานะทรัพย์สมบัติของชาติ”

เมื่อพูดเปิดหัวปลุกเร้าต่อมอยากรู้ให้ตื่นขึ้นแล้ว เจ้าสัวธนินท์ ก็ร่ายยาวขยายความต่อเนื่องเป็นฉากๆ…

“ไม่รู้ว่าพวกคุณเข้าใจเกษตรกันมากแค่ไหนและในแง่ไหน เกษตรคือสิ่งที่งอกจากแผ่นดินไทย เรียกว่าเป็นน้ำมันบนดิน ถ้าหันไปมองประเทศที่มีน้ำมัน เขายังต้องเผชิญกับสภาวะน้ำมันราคาตก ที่ผ่านมา OPEC จึงหาทุกวิถีทางที่จะทำให้น้ำมันขึ้นราคา ผลของน้ำมันถูก ก็ทำให้เกิดการผันน้ำมันมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตยางเทียมเพิ่มมากขึ้น และยางเทียมก็มาทดแทนยางธรรมชาติ ส่งผลให้ยางธรรมชาติก็มีราคาถูกลงอีก ผมคิดว่าถ้าวิกฤตนี้เกิดขึ้นบ่อยๆประเทศที่เป็นแหล่งน้ำมัน ก็มีสิทธิที่จะยากจนลงเรื่อยๆ เหมือนกัน”

ในทางกลับกัน ธนินท์อธิบายว่า ถ้าน้ำมันขึ้นราคามากๆ ถึงวันหนึ่งยาง จะกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง แต่ทุกวันนี้เขามองว่า พื้นที่ที่ปลูกยางในประเทศไทยก็ยังปลูกยางแล้วได้ผลผลิตที่ไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร แถมเจ้าของสวนยางหลายแห่ง ก็ทำมาเป็นสิบปีแล้วแต่ก็ยังไม่มีกินมีใช้กันเลย นั่นเป็นเพราะหลายแห่งยังจ้างคนกรีดยาง ซึ่งไม่ได้มีความรู้และเทคนิคในการกรีดยาง พอเป็นแบบนี้ก็เท่ากับการไปเพิ่มต้นทุนให้สูงขึ้นโดยปริยาย

ดังนั้น ธนินท์ จึงแนะถึงทางออกของปัญหานี้ 2 ทาง คือ ผู้ที่ยังอยากทำสวนยางอยู่ ต้องเลิกจ้างคนกรีดยางแล้วลงมือกรีดเอง ถึงจะสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นได้ และอีกทางหนึ่ง คือ ต้องสังเกตทิศทางของตลาดสินค้าเกษตรที่มาแรง แล้วไปปลูกอย่างนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด เช่น ทุเรียน มะพร้าว หรือแม้กระทั่งข้าวหอมมะลิพรีเมียม ก็มีราคาดีมาก

เมื่อพูดถึงมะพร้าว ธนินท์ อดไม่ได้ที่จะหยุดวิพากษ์ถึงวิกฤตการณ์ที่เมืองไทยต้องเผชิญ กับการขาดแคลนผลผลิต มะพร้าว จนต้องไปพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของเรา

“พูดถึงมะพร้าว รู้กันหรือไม่ว่า มะพร้าวที่ปลูกที่ไทยไม่เพียงพอ ต้องไปสั่งกันมาจากต่างประเทศ นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อเลย ตอนนี้ผมขัดใจมาก มีอย่างที่ไหน ตอนนี้เราต้องไปซื้อมะพร้าวจากอินโดนีเซีย ทั้งๆที่ดินฟ้าอากาศบ้านเราปลูกมะพร้าวได้ดีมาก มะพร้าวอ่อนบ้านเราถึงอร่อยมาก อร่อยที่สุดในโลกก็ว่าได้แล้วประเทศไทยปลูกมะพร้าวได้ทุกแห่ง แต่เพราะอะไร ทำไมปลูกกันน้อยลงน่ะเหรอ ก็มะพร้าวมันสูงเท่าตึกสี่ชั้น ปลูกไป เกษตรกรรุ่นใหม่ไม่มีใครปีนขึ้นไปเก็บกันแล้ว ถ้าจะมีทำก็ต้องไปจ้างคนงานต่างด้าว เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว มาทำ เพราะแรงงานไทย ไม่ทำหรอกงานที่มีความเสี่ยง”

ครั้นไปแตะประเด็นเรื่องแรงงานไทย ธนินท์ก็ขอแวะไปเสนอความคิดเห็นในการพัฒนาบุคลากรของไทยว่า จริงๆ แล้ว คนไทยเราเก่ง มีความสามารถ มีพื้นฐานนิสัยที่ดี เป็นคนดี ไปทำงานที่ไหนในโลก ก็มีแต่คนชอบ ดังนั้น หากได้รับความรู้ที่ถูกต้อง เหมาะสม ย่อมจะส่งเสริมให้คนไทยที่จะเติบโต เป็นกำลังสำคัญในยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้ไม่ยาก ขณะเดียวกัน นอกจากการสร้างคนเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศแล้ว เราต้องไปโฟกัสกับการสร้างคนไทยที่โลกต้องการ ที่สามารถเอาความรู้ที่พวกเขามีไปขายทั่วโลกให้ได้ด้วย ยุคนี้ถ้าคนไทยไปทำงานต่างประเทศ ต้องไม่ได้ไปเป็นคนงาน ต้องไปแบบคนมีความรู้ ไปได้เงินเดือนสูงเท่านั้น

                    “วันนี้ผมมองว่าไทยเต็มไปด้วยโอกาส อยู่ที่การกำหนดนโยบาย

                     การพัฒนาด้านต่างๆ แล้วว่าจะสอดรับกับโอกาสที่เกิดขึ้นหรือไม่”

จากนั้น ธนินท์ พาทุกคนกลับมาที่ประเด็นสินค้าเกษตรอีกครั้ง เขาเลือกที่จะพูดต่อถึงประเด็น การปกป้องสินค้าเกษตรไทย ด้วยการไม่ไปลดมูลค่าสินค้าเกษตรทุกชนิด

“ผมขอท้าเลย ลองไปดูประเทศที่เจริญแล้วในโลก มีประเทศไหนไหมที่ไม่ปกป้องสินค้าเกษตรบ้าง แม้ประเทศที่ยากจนที่สุด ก็ยังปกป้องราคาสินค้าเกษตรให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้อย่างซีพีไปขายกุ้งราคาถูกที่อเมริกา เสียงตอบรับที่กลับมา ผมไม่ได้คำชมเชยนะ แถมที่นั่นเขาจัดการเราเลย ขึ้นภาษีเลย แล้วถ้ายังคงยืนยันจะขายถูกอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เขาห้ามเข้าด้วย ถามเขาว่าเพราะอะไร เขาบอกเหตุผลว่า คุณมาทำลายชาวประมงประเทศเขา เขาไม่ได้ห่วงว่าประชาชนเขาจะต้องซื้อกุ้งแพงนะ แต่เขาห่วง เขาปกป้อง ชาวประมงเขา ว่าจะขาดทุน”

   “แต่พอหันมาดูประเทศที่กำลังพัฒนา อย่างประเทศไทยเรานี่ กลับห่วงอย่างเดียวว่าประชาชนยากจนอยู่แล้ว และถ้าต้องซื้อสิ นค้าเกษตรราคาแพงอีก จะเหมือนไปซ้ำเติมเขา เพราะแบบนี้จึงต้องกดราคาสินค้าเกษตรให้ต่ำ อย่างนี้มูลค่าของทรัพย์สมบัติของชาติก็มีแต่จะต่ำลง อีกไม่นานประเทศชาติเราก็จะเหมือนคนหมดตัว”

ดังนั้น สิ่งที่ธนินท์ เห็นว่า ควรจะเป็นคือ การคงราคาสินค้าเกษตรตามกลไกตลาด ไม่ไปลดราคาเอาใจคนบางกลุ่ม แต่ให้เอารายได้ที่ได้จากการขายสินค้าเกษตรนี่แหละ ไปเป็นงบประมาณขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำ


“ผมพูดแบบนี้ หลายคนอาจมองว่าผมพูดเพื่อตัวเอง เพื่อธุรกิจตัวเอง ไม่ใช่นะ ผมพูดเพราะเห็นแก่ส่วนรวม ถ้าส่วนรวมยากจน สินค้าที่ผมผลิตออกมาจะขายให้ใครล่ะ คนจนลงก็ไม่มีเงินใครซื้อไก่ซีพีกิน ลองคิดดูนะว่า ถ้าราคาสินค้าเกษตรดี มีราคาแพง เกษตรกรก็จะมีฐานะดีขึ้น แน่นอนล่ะว่าผมอาจจะต้องซื้อของแพงขึ้น แต่ผมไม่กลัวนะ ดีกว่าผมไปซื้อของถูกแล้วขายไม่ได้เลยหรือได้ผลตอบรับว่าสินค้านั้นไม่มีคุณภาพเลย”


จอมทัพแห่งอาณาจักรซีพี ยังได้เน้นย้ำให้เห็นถึงความวิเศษของแผ่นดินไทยให้หลายคนได้คิดอีกด้วย….

“อะไรที่เมืองไทยปลูกได้ ผลผลิตที่ได้จะหอม อร่อย กว่าที่อื่น มะพร้าว ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียวหอมมะลิ ทุเรียน ไม่มีที่ใดในโลกปลูกได้ดีและได้ผลผลิตที่อร่อยเท่าเรา สิ่งที่ผมพูดทั้งหมดนี้ ก็เพื่อจะย้ำว่าตอนนี้ผมมีความหวังมาก ยิ่งกับรัฐบาลชุดนี้ ผมมองว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจดีที่จะแก้ปัญหาของประเทศไทย ปีนี้ผมอยากให้รัฐบาลมาโฟกัสในเรื่องของการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรให้มาก ในทุกด้าน อะไรที่ปลูกแล้วไม่ได้ราคาก็หันมาทบทวน แล้วไปปลูกสิ่งที่ได้ราคา และเป็นที่ต้องการของทั้งตลาดไทยและตลาดโลกแล้วสินค้าเกษตรไทยจะกลายเป็นอีกหนึ่งความหวังที่มีบทบาทช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศชาติ ที่สุดแล้ว”

สุดท้ายของสุดท้ายก่อนที่เวทีบรรยายพิเศษจะปิดฉากลง เจ้าสัวธนินท์ ปล่อยปัจฉิมกถาจบคำบรรยายให้ทุกคนแยกย้ายสลายตัวไปพร้อมกับรอยยิ้ม…

          “ผมเป็นคนชอบมองโลกในแง่ดี คิดว่าสิ่งที่ผมมองและมาพูดกับทุกคนวันนี้

          ถ้าบริหาร จัดการได้ในทางที่ถูกที่ควรอย่างที่ผมนำเสนอ ทุกอย่างจะเติบโต

        ไปได้ไม่ผิดไปจากที่ ผมพูดแน่นอน”


ถอดความ : ประอรพิชญ์ คัจฉวัฒนา // เรียบเรียง : ตะวันฉาย // ภาพบางส่วนจาก facebook.com/skaobhu
ขอบคุณเนื้อหาจาก : http://www.salika.co
Facebook Comments

Check Also

ความจริง และ จุดเด่น ของ พุทธศาสนา

อ่าน บทความนี้ …